สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน Cool 
ตั้งแต่เขียนบล็อกมา ผมรู้สึกว่านี่เป็น entry แรกที่หาสาระได้แฮะ... Foot in mouth
 
entry นี้ได้แรงบรรดาลใจจากตอนที่ออกเดทกับแฟนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ระหว่างออกเดทเรามานั่งวิเคราะห์ตัวละครในสามก๊กกันครับ ผมรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยอย่างบอกไม่ถูก เพราะหาคนใกล้ตัวที่คุยเรื่องสามก๊กไม่ได้เล้ย... และผมเองก็นึกสนุกอยากแชร์ไอ้ที่อยู่ในหัวกระบาลให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้...

ผมยอมรับนะครับ ตั้งแต่ผมอ่านสามก๊กตั้งแต่เด็กๆ ยันโตป่านนี้ ผมไม่สามารถนำกลยุทธในสามก๊กมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย (หรือถ้ามีก็ไม่รู้สึกว่ามันชัดเจนเท่าไหร่นัก) แต่อย่างน้อยที่สุดผมก็ได้เรียนรู้การมองและวิเคราะห์บุคคลจากสามก๊ก และในเรื่องสามก๊กนั้นมีบุคคลแทบทุกประเภทให้ศึกษากันครับ ผมที่ซื่อบื้อมองคนไม่ค่อยจะออกและโดนหลอกง่าย จึงเริ่มมีความสามารถในการวิเคราะห์ลักษณะของบุคคลบ้าง
 
ในสามก๊กมีตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในเรื่องเยอะครับ... เยอะมาก... เป็นร้อยเป็นพันยากที่จะจำได้หมด แต่ละบุคคลต่างก็มีข้อดี,ข้อเสีย รวมไปถึงมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันไป

เริ่มแรกสุด ตอนประมาณป.4-5 ผมรู้จักสามก๊กเพราะเกม Sangokushi 4 (หรือ Romance of the three kingdoms ในชื่อภาษาอังกฤษ) ของค่าย KOEI สมัยนั้นผมก็เล่นไม่รู้เรื่องหรอกครับ เล่นไม่เคยชนะคอมหรือแม้แต่จะตีเมืองได้เลย แต่ก็ดันทุรังเล่นมันได้ทั้งวี่ทั้งวัน

จนขึ้นป.5 หนังสือภาษาไทยมันจะมีบทที่เป็นบทอ่านนอกเวลาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกวนอูครับ สมัยนั้นได้อ่านแล้วรู้สึกชื่นชมกวนอูครับ และเริ่มจะเขม่นโจโฉบ้าง

จนถึงช่วงป.6 ไม่ก็ม.1 ผมไปเดินร้านหนังสือกับแม่แล้วตัดสินใจซื้อหนังสือ เปิดหน้ากากขงเบ้งของเล่าชวนหัวครับ ผมเองก็จำเนื้อหาไม่ค่อยได้ แต่จำได้คร่าวๆว่า เป็นหนังสือที่วิเคราะห์ตัวขงเบ้งที่ค่อนข้างจะโจมตีการกระทำของขงเบ้งในหลายๆเรื่องครับ (ผมอาจจะจำผิดนะครับ ไม่แน่ใจ เพราะผมอ่านตั้งแต่สมัยม.ต้นโน้นเลย)

ผมก็รู้จักขงเบ้งครั้งแรกก็เป็นการรู้จักในเชิงลบซะแล้ว....
 
จนกระทั่ง 2-3 ปีต่อมา ผมขึ้นปวช. แม่ผมซื้อสามก๊กฉบับพระยาพระคลัง(หน)ให้ จึงทำให้ผมได้มีโอกาสศึกษาสามก๊กจริงๆจังๆ จากการอ่านแบบขาดการวิเคราะห์แล้ว ทำให้ผมเป็นพวกนิยมเล่าปี่และเขม่นโจโฉแบบจริงจัง
 
และสามก๊กฉบับพระยาพระคลัง(หน)เองก็ได้สร้างความประทับใจแรกเริ่มของผมกับพระเจ้าอาด้วยครับ ตั้งแต่การบรรยายลักษณะรูปร่างภายนอกเลยล่ะ ในหนังสือกล่าวไว้ดังนี้ครับ
 
เป็นผู้ที่รูปร่างสูงใหญ่ สูงประมาณห้าศอก หูยานถึงบ่า มือยาวถึงเข่า หน้าขาวดังสีหยก ฝีปากแดงดังชาดแต้ม จักษุชำเลืองไปเห็นหู
 
ความคิดแรกที่แว่บขึ้นมาในหัวคือ นี่มันตัวประหลาดชัดๆ
 
แต่ในเวลาต่อมาไม่กี่เดือนมันมี Turning point ครับ... จู่ๆก็มีเหตุทำให้ผมเริ่มสนใจที่จะศึกษาโจโฉขึ้นมา และออกจะไร้สาระมากๆครับ.. ผมเห็นภาพๆนึงของโจโฉในเกม Dynasty Warrior 4 ครับ ผมรู้สึกว่าโจโฉเนี่ยโคตรเท่เลยว่ะ ภาพนี้แหละครับที่สะดุดตาผมในตอนนั้น
 
ประกอบกับตอนนั้นผมไปเจอหนังสือ สามก๊กฉบับนายทุน ตอน โจโฉนายกตลอดกาล ของ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ในห้องสมุดที่โรงเรียน... และหลังจากที่ได้อ่านไปหลายตอนก็ทำให้ผมกลับชอบโจโฉแล้วหันไปหมั่นไส้เล่าปี่ขึ้นมาทันทีเลยครับ (ไอ้บ้านี่โดนจูงง่ายมาก)
 
จนถึงตอนนี้ผมเองก็ได้อ่านบทความ บทวิเคราะห์ของหลายๆคน ซึ่งก็ทำให้ผมเริ่มที่จะมองตัวละครสามก๊กในหลายๆแง่มุมมากขึ้น
 
จริงๆมันก็น่าประหลาดนะครับ เริ่มต้นมาผมแค่เล่นเกมแล้วอยากรู้เนื้อเรื่องแท้ๆ ดันวิวัฒนาการกลายเป็นการศึกษาแบบ hardcore จนได้... (ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่เด็กน้อยในยุทธจักรของผู้ศึกษาสามก๊กก็เหอะ) ผมเองก็นึกไม่ถึงเลยนะว่าจะมาถึงจุดๆนี้ได้
 
เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว สามก๊กเนี่ยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวัยรุ่นของผมเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ เกม, การ์ตูน, หนังสือ, บทความต่างๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้เป็นคนที่คบไม่ได้ตามที่ใครก็ไม่รู้ได้กล่าวไว้ว่า อ่านสามก๊กครบสามจบคบไม่ได้ เพราะอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นครับ ผมมันซื่อบื้อ เอากลยุทธ์ในสามก๊กมาประยุกต์ใช้ไม่เป็นครับ
 
จริงๆ แล้วตอนแรกผม draft entry นี้เป็นเรื่องราวของโจโฉครับ แต่พอพิมพ์ไปซักพักผมก็คิดว่าตัวผมเองยังศึกษาสามก๊กไม่ถ่องแท้พอที่จะเขียนเรื่องราวของบุคคลได้ทั้งตลอดชีวิตของคนๆนั้นได้ เลยเบนเข็มเปลี่ยนใหม่เป็นการวิเคราะห์เฉพาะเรื่องไป และแน่นอนครับ ผมจะเปิดตัวด้วยเรื่องราวของโจโฉเนี่ยล่ะ
 
และสุดท้ายนี้... ผมเองก็ศึกษาสามก๊กขาดบ้าง ตกหล่นไปบ้าง ผิดถูกยังไงตัวผมยินดีรับคำแนะนำติชมด้วยความยินดีครับ Cool

Comment

Comment:

Tweet

แหม จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้จะยกเรื่องอะไรขึ้นมาเขียนเลยครับ แหะๆ

#2 By bakedoggydog on 2013-04-10 17:39

มารออ่านเรื่องโจโฉครับ

#1 By สามก๊กวิทยา (103.7.57.18|192.168.30.40, 110.77.137.149) on 2013-04-03 10:50